ความประเสริฐของคืนนิสฟูซ๊ะบาน




ความประเสริฐของคืนนิสฟูซ๊ะบาน

โดยอาจารย์อับดุลการีม(อรุณ)  วันแอเลาะ 


             ความว่า    "ขอยืนยันด้วยฮามีม และคัมภีร์ที่ชัดเจนคืออัลกุรอ่านว่า แท้จริงเราได้ประทานคัมภีร์นั้นลงมา  ในคืนอันเป็นศิริมงคล คือ คืนนิสฟูซ๊ะบาน  หรือคืนลัยละตุ้ลกอดัร  ซึ่งได้ประทานจากเลาหุ้ลม๊ะห์ฟูซมายังฟ้าชั้นที่หนึ่ง   เป็นการประทานลงมาทั้งฉบับ  และได้ค่อยๆ ทยอยประทานมายังท่านศาสดามูฮัมมัดในช่วงเวลายี่สิบสามปีโดยประมาณ"

             และการที่กล่าวว่า  อัลกุรอ่านได้ประทานลงมาในเดือนอันเป็นศิริมงคลนั้น  ก็เพราะอัลกุรอ่านเป็นคำสอนที่ให้ประโยชน์ทั้งดุนยาและอาคีเราะฮ์  อีกทั้งในคืนที่อัลกุรอ่านถูกประทานลงมานั้น  มวลมลาอีกะฮ์ได้ลงมายังผืนแผ่นดิน  นำเราะห์มัตมาสู่ชาวโลก  และยังเป็นคืนที่อัลลอฮ์ทรง

                                    หมายถึง            ตอบรับคำขอของผู้ที่ขอ

                                    หมายถึง            เนี๊ยะมัต  หรือประทานเนี๊ยะมัตตามความเหมาะสม

                                    หมายถึง            จำแนกระหว่างความเหมือนที่แตกต่าง หรือความแตกต่างที่เหมือนกัน

           และเรา(อัลลอฮ์)  เราได้แนะนำตักเตือนและจำแนกทุกสิ่งทุกอย่างที่มีความกำกวมด้วยวิทยปัญญา  ด้วยความปรีชาญานอีกด้วย  อันใดที่จะเกิดขึ้นในระหว่างปีต่อปี  ในระหว่างคืนวันนี้ในปีนี้และคืนวันนี้ในปีหน้า  ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว  ไม่ว่าจะเป็นริสกีที่แต่ละคนจะได้รับ  หรือความดี  ความชั่ว  และแม้แต่อะมั้ลอันหมายถึงจุดดับจุดอวสานของมัคลู๊กแต่ละหน่วย  ต่างล้วนถูกกำหนดขึ้นในคืนวันนี้ทั้งสิ้น

            คืนนิสฟูซ๊ะบานนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า                          ซึ่งหมายถึง คืนที่  "พ้นไป" 

กล่าวคือ  คนที่เป็นศัตรูของอัลลอฮ์ก็จะพ้นไปจากสรวงสวรรค์ของพระองค์  ดังอัล-กุรอ่านกล่าวว่า

ซึ่งมีความว่า       "พ้นไปจากอัลลอฮ์และรอซู้ลของพระองค์"

             สำหรับคนดี  คนที่มีความยำเกรง  เขาก็จะพ้นไปจากขุมนรก และในคืนวันนี้ยังเป็นคืนที่อะมั้ลต่างๆ ของชาวโลกจะถูกมลาอีกะฮ์นำขึ้นไปเก็บไว้เพื่อรอวันตัดสิน

            มีรายงานจากท่านนะบี ศ้อลฯ ว่า

            เมื่อถึงคืนกลางเดือนซ๊ะบาน  พวกท่านจงทำอิบาดะฮ์ในคืนวันนั้น  จงถือบวชกันในตอนกลางวันของวันนั้น  แท้จริงอัลลอฮ์ท่านจะลงมายังฟ้าดุนยาตั้งแต่ตะวันลับขอบฟ้าของวันนั้น  พลางกล่าวว่า  หากมีใครขออะไรฉันจะให้  หากมีใครขออภัย  ฉันจะอภัยให้  หากมีใครขอริสกีฉันจะประทานให้  พระองค์ทรงพร้อมที่จะให้เช่นนี้จนถึงเวลาญะฟัร (ดวงอาทิตย์ขึ้นของวันใหม่)

            และท่านนะบี ศ้อลฯ กล่าวว่า

            ขอสาบานต่อผู้ที่ส่งฉันมา  เป็นนะบีด้วยความสัจจริงว่า  ใครซอละหวาตให้แก่ฉันในคืนวันนี้ เขาจะได้รับผลบุญเหมือนผลบุญของบรรดานบีๆ บรรดารอซู้ลๆ ตลอดจนบรรดามลาอีกะฮ์และมนุษย์ทั้งมวล

            และมีรายงานจาก อะบีบัศริน บิน สะอี๊ด จากท่านศาสดา ศ้อลฯ ว่า

            เมื่อถึงคืนที่สิบสามของเดือนซ๊ะบาน  ญิบรีลได้มาหาฉันและกล่าวแก่ฉันว่า  มูฮัมมัดเอ๋ย จงลุกขึ้นเถิด  ได้เวลาตะฮัจญุดแล้ว  เพื่อท่านจะได้ขอในสิ่งที่ท่านต้องการอยากให้ได้กับประชากรของท่าน และท่านศาสดาก็ได้ลุกขึ้นทำตะฮัจญุด  และเมื่อถึงเวลาฟะญัร  ญิบรีลได้มาบอกกับท่านศาสดาว่า  โอ้ มูฮัมมัด  อัลลอฮ์ท่านได้ให้อภัยหนึ่งในสามของประชากรของท่านแล้ว  ท่านศาสดาถึงกับร้องไห้แล้วเอ่ยถามญิบรีลว่า  ญิบรีลจงบอกฉันว่า  อีกสองในสามของประชากรของฉันเขาเป็นอย่างไร?  ญิบรีลตอบว่า  "ไม่รู้"

            และเมื่อถึงคืนวันที่สอง  (หมายถึง  คืนวันที่สิบสี่ของเดือนซ๊ะบาน)  ญิบรีลได้มาหาท่านศาสดาอีก  แล้วได้พูดกับศาสดาว่า  โอ้ มูฮัมมัด  จงลุกขึ้นมาทำตะฮัจญุด  แล้วศาสดาก็ได้ลุกขึ้นกระทำการตะฮัจญุด  และเมื่อถึงเวลาฟะญัร  ญีบรีลก็ได้มาบอกกับท่านศาสดาว่า โอ้ มูฮัมมัด อัลลอฮ์ท่านได้ให้อภัยสองในสามของประชากรของท่าน  ท่านศาสดาก็ยังร้องไห้อีก  แล้วได้ถามญิบรีลถึงอีกหนึ่งในสามประชากรว่า  เขาเป็นอย่างไร?  ญีบรีลก็ตอบว่า "ไม่รู้"

            แล้วเมื่อถึงคืนอัล-บะรออะฮ์  (คืนนิสฟูซ๊ะบาน)  ญิบรีลได้มาบอกข่าวดีกับท่านศาสดาว่า จงดีใจเถิด  อัลลอฮ์ได้ให้อภัยแก่ประชากรของท่านทั้งหมดแล้ว  ทั้งนี้หากเขาไม่ใช่เป็นผู้ที่ชิริกในสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อพระองค์

            แล้วญิบรีลได้ใช้ให้ท่านศาสดาแหงนขึ้นดูฟากฟ้า  เมื่อท่านศาสดาแหงนขึ้นไปดูก็พบว่า ประตูสวรรค์ทุกบานถูกเปิด  เห็นมลาอีกะฮ์ทั้งหมดกำลังกราบสุหยูดอยู่  เพื่อขออภัยให้แก่ประชากรของศาสดามูฮัมมัด  โดยที่ประตูที่หนึ่งมีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตูบาเป็นของผู้ที่รูกั๊วะในคืนวันนี้"  และประตูที่สองมีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตุบาเป็นของผู้ที่สุหยูดในคืนวันนี้"  และประตูที่สามมีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตุบาเป็นของผู้ที่ซิเกรในคืนวันนี้"  และประตูที่สี่มีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตูบาเป็นของผู้ที่ขอต่อผู้อภิบาลของเขาในคืนวันนี้"  และประตูที่ห้ามีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตูบาเป็นของผู้ที่ร้องไห้เพราะมีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ในคืนวันนี้" และประตูที่หกมีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตูบาเป็นของผู้ที่ทำแต่ความดีในคืนวันนี้" และประตูที่เจ็ดมีมลาอีกะฮ์กล่าวว่า

             ความว่า             "สวรรค์ตูบาเป็นของผู้ที่อ่านอัล-กุรอ่านในคืนวันนี้  และมวลมลาอีกะฮ์เหล่านั้นได้เรียกร้องกันว่า  หากมีใครขออะไรเขาจะได้รับ  หากมีใครรับสารภาพจะได้รับการอภัย

 ท่านศาสดา ศ้อลฯ กล่าวเสริมว่า

             ความว่า             "ประตูเราะฮ์มัตทุกบานถูกเปิดออกให้แก่ประชากรของฉันตั้งแต่หัวค่ำจนถึงฟะญัรขึ้น"

 พระนางอาอีซะฮ์ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮา           กล่าวว่า:-

            ฉันนอกอยู่กับท่านศาสดา ศ้อลฯ  ฉันตกใจมากเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึกไม่พบท่านศาสดา ศ้อลฯ ฉันจึงค้นหาด้วยหัวใจที่หึงหวง  ฉันคิดว่าท่านคงไปอยู่กับภรรยาคนใดคนหนึ่งของท่านในคืนซึ่งเป็นสิทธิของฉัน  ฉันจึงไปหาที่บ้านภรรยาทุกคนแต่ก็ไม่พบ  ฉันจึงได้ไปที่บ้านของฟาตีมะฮ์  บุตรสาวของท่าน  ฉันเคาะประตูบ้าน  แล้วมีเสียงถามออกมาว่า  ใครเคาะประตู  ฉันตอบว่า ฉัน...อาอีซะฮ์  มาเพื่อถามหาท่านศาสดา ศ้อลฯ ว่าแล้วท่านหะซัน ท่านหุเซน อาลีย์และฟาตีมะฮ์  ก็ออกมาช่วยกันค้นหา  ฉันถามพวกเขาว่า  เราจะไปหากันที่ไหนฯ   พวกเขากล่าวกันว่า  ไปหาที่มัสยิด  ว่าแล้วพวกเราก็ไปกันที่มัสยิด  แต่ก็ไม่พบ  ท่านอาลีย์กล่าวว่า  ท่านศาสดาจะไม่ไปไหนนอกจากที่กุโบรบะเกี๊ยะ  พวกเราจึงไปกันที่กุโบร  เมื่อเราเข้าไปใกล้บริเวณกุโบร  เราได้เห็นรัศมีประกายอยู่ในกุโบร  ท่านอาลีย์กล่าวว่า  รัศมีที่เห็นนั้นต้องเป็นรัศมีแห่งท่านศาสดาแน่   เมื่อเราเข้าไปใกล้เราก็พบว่าท่านกำลังสุหยูดพลางร้องไห้   โดยไม่รู้สึกเลยว่าพวกเราไปที่นั่น  ท่านได้กล่าวในขณะสุหยูดอยู่นั้นว่า

             ความว่า     "หากท่านลงโทษพวกเขา  แท้จริงพวกเขาก็คือบ่าวของท่าน  และหากท่านให้อภัยพวกเขา  แท้จริงท่าน คือผู้ทรงอำนาจและทรงปรีชาญาณ"

             เมื่อฟาตีมะฮ์เห็นดังนั้น  จึงได้เอามือยกศรีษะของผู้เป็นบิดาให้เงยขึ้นจากพื้นดิน แล้วถามว่า  โอ้ผู้เป็นบิดา อันใดเกิดขึ้นกับท่าน ศัตรูจู่โจมมา หรือวะฮีประทานมา  ท่านศาสดา ศ้อลฯ กล่าวว่า  โอ้ฟาตีมะฮ์  มิใช่ศัตรูจู่โจมมา และก็มิใช่วะฮีประทานมา  แต่คืนวันนี้เป็นคืน "อัล-บอรออะฮ์" ฉันจึงขอจากอัลลอฮ์

            แล้วได้เรียกอาอีซะฮ์ว่า  โอ้อาอีซะฮ์ หากกิยามะฮ์เกิดขึ้นในขณะที่ฉันกำลังสุหยูด ในขณะที่ฉันกำลังขอจากผู้อภิบาลของฉัน  ฉันต้องได้รับความช่วยเหลือแน่ๆ

            แล้วท่านศาสดาก็ได้กล่าวกับทุกๆ คนว่า   "หากพวกท่านปรารถนาที่จะตามฉัน  พวกท่านจงทำการสุหยูดกัน  และจงช่วยฉันขอดุดาด้วย  และได้กล่าวเสริมว่า  โอ้อาลีย์  ท่านจงสุหยูดและจงไปเชิญชวนให้ผู้ชายทั้งหลายทำการสุหยูด และกล่าวกับฟาตีมะฮ์และอาอีซะฮ์ว่า  โอ้ฟาตีมะฮ์ โอ้อาอีซะฮ์ จงสุหยูดและจงไปเชิญชวนให้เด็กๆ และผู้หญิงทั้งหลายทำการสุหยูด...แล้ว...ทุกคนก็ทำการสุหยูดด้วยน้ำตาจนไหลเจิ่งนอง  โดยรอบบริเวณที่ทุกคนสุหยูด  จวบจนกระทั่งได้เวลาละหมาดซุบห์

            ...โอ้ท่านผู้ที่รับฟังอยู่ในขณะนี้  พวกท่านควรต้องทำการสุหยูดมากกว่าท่านเหล่านี้  เพราะความผิดของท่านทั้งหลายมีมากกว่า  ท่านเหล่านี้ร้องไห้เพื่อขออภัยจากอัลลอฮ์ให้แก่พวกท่านทั้งหลาย....ไม่เป็นการพึงควรกว่าหรือ?  ที่พวกท่านทั้งหลายจะได้ร้องไห้ให้แก่ตัวของท่านทั้งหลายกันเองบ้าง

            จากอัลดุลลอฮ์ บุตรอุมัร กล่าวว่า

            ห้าเวลาที่ดุอาจะไม่ถูกปฏิเสธ คือ

            1. ขอในคืนวันศุกร์

            2. ขอในคืนวันที่สิบของเดือนมุฮัรรอม

            3. ขอในคืนนิสฟูซ๊ะบาน

           4. ขอในคืนอีดิ้ลฟิตรี่

           5. ขอในคืนอีดั้ลอัดฮา

อัลลอฮ์ท่านได้ทรงทำให้บางเดือนประเสริฐกว่าอีกบางเดือน  บางวันประเสริฐกว่าอีก

บางวัน บางเวลาประเสริฐกว่าอีกบางเวลา  ดังที่ให้รอซู้ลบางท่านประเสริฐกว่าอีกบางท่าน  ประชากรบางประชากรประเสริฐกว่าอีกบางประชากร  ทั้งนี้ก็เพื่อให้แต่ละชีวิตจะได้แข่งขัน รีบเร่ง ในการที่จะให้เกียรติช่วงต่างๆ ที่มีความสำคัญ  ดวงวิญญาณจะได้คะนึงหาอยากจะมีชีวิตอยู่ในจังหวะนั้นๆ ส่วนผลบุญในความล้ำเลิศของบางอย่างบางประการ  มากกว่าอีกบางอย่างบางประการจะเป็นเช่นใดนั้น  เป็นเอกสิทธิ์แห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า

             ความว่า     "ดังกล่าวนั้น  เป็นความกรุณาของอัลลอฮ์ที่จะทรงมอบให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ อัลลอฮ์เป็นผู้ที่ทรงไว้ซึ่งความกรุณาอันยิ่งใหญ่"

            ท่านอัล-กอซานีย์  ได้กล่าวไว้ใน ซัรห์อัตตาอิยะฮ์ ว่า

            ดังที่พระองค์ได้ให้ความล้ำเลิศกับบางเวลา  ด้วยการให้เหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นในเวลานั้น  ด้วยการให้คนรักมาพบกัน  มาเห็นกัน  พระองค์ก็ได้ให้ความล้ำเลิศของบางอะมั้ล ดีกว่าอีกบางอะมั้ลด้วย  ความประเสริฐ ความบริสุทธิ์ของเจตนา  และเป้าหมายแห่งการกระทำที่ได้รับแรงผลักดันมาจากสิ่งที่ดีงาม  นั่นคือ ความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ์ ที่มิได้ปลอมปนกับเพื่อสิ่งอื่นนอกจากเพื่อพระองค์เท่านั้น

 
หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ประวัติความเป็นมา | กฏข้อบังคับต่างๆ | ทำเนียบนายกสมาคมฯ | ทำเนียบคนเก่ง | ทำเนียบคณะกรรมการ | หลักสูตรการสอน | เอกสารสมาคมฯ | ดาวน์โหลดเอกสาร


Copyrights © 2010 www.kurusampan.com All Rights Reserved.
Email : info@kurusampan.com

counter